หุ้นไทยวันนี้ (21 ธ.ค.64) ปิดการซื้อขาย +6.45 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (21 ธ.ค.64) ปิดการซื้อขาย +6.45 จุด พร้อมหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
BRI มูลค่าการซื้อขาย 4,870.41 ล้านบาท ปิดที่ 12.40 บาท เพิ่มขึ้น 1.90 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 4,286.12 ล้านบาท ปิดที่ 81.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 2,340.73 ล้านบาท ปิดที่ 93.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,814.63 ล้านบาท ปิดที่ 137.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,641.93 ล้านบาท ปิดที่ 123.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงแรกบวกได้ค่อนข้างดี เป็นการฟื้นตัวตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้าราว 0.5% ยกเว้นตลาดหุ้นญี่ปุ่นขึ้นแรงถึง 2% เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ฟื้นตัวขึ้นได้ราว 0.8% หลังจากที่ได้ปรับตัวลงไปมาก จากความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในยุโรป
ส่วนบ้านเราหลังจากที่ทราบผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่จะใช้ในปี 2565 และมีการชะลอการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว ทำให้ดัชนีฯลดช่วงบวกลงมาเล็กน้อย แต่โดยรวมยังบวกได้หลังจากที่ปรับตัวลงไปมากแล้ว นอกจากนี้ยังต้องติดตามการประชุมกนง.ในวันพรุ่งนี้ และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนต่อไป รวมถึงคืนนี้จับตาการแถลงของ"ไบเดน" ซึ่งอาจมีเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดด้วย
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (22 ธ.ค.) นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งออกด้านข้างหลังจากที่ใกล้จะถึงวันหยุดระยะยาวของฝั่งยุโรปในอีก 1-2 วันข้างหน้า ซึ่งก็อาจจะทำให้ตลาดซบเซาได้
พร้อมให้แนวรับ 1,615 จุด ส่วนแนวต้าน 1,630 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (21 ธ.ค.64) คาดหวังผผระชุม ครม. วันนี้ในประเด็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
“นายกฯ” เรียกถกศบค. ชุดใหญ่ด่วน!รับมือโอมิครอน
จับตา ครม.เคาะของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ลุ้นคนละครึ่งเฟส 4
"เช็ก 5 อาการโอมิครอน" ที่แพทย์ตรวจพบในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด
BRI มูลค่าการซื้อขาย 3,296.30 ล้านบาท ปิดที่ 11.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 2,976.00 ล้านบาท ปิดที่ 81.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 1,351.35 ล้านบาท ปิดที่ 93.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 915.49 ล้านบาท ปิดที่ 48.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.75 บาท
COM7 มูลค่าการซื้อขาย 868.75 ล้านบาท ปิดที่ 80.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้รีบาวด์ตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกไม่มาก มองเป็นการเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์หลังจากปรับตัวลงไปมากแล้ว ยกเว้นตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่บวกได้มาก โดยตลาดบ้านเรามีความคาดหวังผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ในประเด็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี เช่น คนละครึ่ง เฟส 4, ช้อปดีมีคืน เป็นต้น ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาที่หุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มสินค้าไอที
พร้อมแนะติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พรุ่งนี้ส่งสัญญาณต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย และสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในยุโรปและสหรัฐที่รุนแรงมากขึ้น ส่วนบ้านเราจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 3 พันรายจึงยังไม่น่ากลัวมากนัก แต่ก็ยังต้องติดตามสถานการณ์ในระยะต่อไป
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายชัยยศ กล่าวว่า ตลาดฯคงเคลื่อนไหวคล้ายช่วงเช้า โดยดัชนีฯยังน่าจะยืนในแดนบวกได้ พร้อมให้แนวรับ 1,620 จุด ส่วนแนวต้าน 1,630 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (21 ธ.ค.64) กังวลโอมิครอน ลุ้นของขวัญปีใหม่รัฐบาล เปิดช่วงต้น +9.64 จุด
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้จะอยู่ในลักษณะซึมๆ อาจมีเทคนิคเคิลรีบาวด์ โดยตลาดเอเชียเช้านี้ฟื้นตัวหลังตลาดหุ้นทั่วโลกรับผลกระทบไวรัสโอมิครอนระบาดเพิ่มขึ้น
ราคาทองวันนี้ – 21 ธ.ค. 64 ปรับราคา 4 ครั้ง รูปพรรณบาทละ 29,150
หุ้นไทย(20 ธ.ค.64) ร่วง -25.93 จุด
อาการเบื้องต้นของสายพันธุ์ "โอมิครอน"
หลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้โอมิครอนระบาดเร็วกว่าเดลตา และให้ทั่วโลกหยุดการเดินทางช่วงปีใหม่ ก็จะทำให้เรื่องเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวได้
แม้ว่าโอมิครอนจะไม่รุนแรงแต่การติดเชื้อได้เร็วก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งอาจงดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอาจจะส่งผลให้จีดีพีของสหรัฐในไตรมาส 4/64 จะปรับลดลง 3% จาก 4%
ขณะที่การระบาดโอมิครอนในอังกฤษมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมาถึง 9 หมื่นราย ซึ่งก็เริ่มกังวลว่าทั่วโลกอาจมีการล็อกดาวน์ ซึ่งเนเธอร์แลนด์ก็ล็อกดาวน์แล้ว เยอรมนีก็กำลังเตรียมล็อกดาวน์เช่นกัน
นอกจากนี้การระบาดโอมิครอนแล้ว สหรัฐก็มีความกังวลมาตการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือ Build Back Better วงเงิน 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดนอาจถูกคว่ำในวุฒิสภาสหรัฐ หลังจากที่นายโจ แมนชิน แกนนำวุฒิสมาชิกของพรรคเดโมแครตประกาศไม่สนับสนุนร่วงกฎหมาย Build Back Better เพราะมองว่าจะเป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้กับสหรัฐ โดยเมื่อคืนดาวน์โจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งไปกว่า 600 จุด
ประกอบกับราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงเกือบ 3% โดยระหว่างทางลงลึก 6% สาเหตุหลักๆมาจากการะบาดโอมิครอน
ส่วนไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโอมิครอนกว่า 60 ราย มองว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่อาจมีการล็อกดาวน์ เพราะรัฐบาลน่าจะมีบทเรียนในช่วงสงกรานต์ ขณะที่วันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่คาดว่าจะมีของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ได้แก่ ช้อปดีมีคืนที่จะมีผลดีต่อกลุ่มค้าปลีก , คนละครึ่งเฟส 4 , เราเที่ยวด้วยกัน
ดังนั้นตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวกรอบแคบ ทั้งบวกและลบ พร้อมให้แนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด และ 1,608 จุด ส่วนแนวต้าน ให้ไว้ที่ 1,620, 1,624 จุด
สถานการณ์อื่นๆ
จับตา ครม.เคาะของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ลุ้นคนละครึ่งเฟส 4
อนุทินคาดนายกฯ ถกเลิก Test and go ศุกร์นี้
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (20 ธ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,932.16 จุด ลดลง 433.28 จุด (-1.23%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,568.02 จุด ลดลง 52.62 จุด (-1.14%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,980.94 จุด ลดลง 188.74 จุด (-1.24%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 371.79 จุด หรือ +1.33%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 50.71 จุด หรือ +0.22% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 2.15 จุด หรือ -0.06%
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ม.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (20 ธ.ค.) ปิดที่ระดับ 68.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 2.63 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (20 ธ.ค.) อยู่ที่ 5.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.64 บาท อ่อนค่าจากกังวลโอมิครอนกระทบท่องเที่ยว ให้กรอบวันนี้ 33.55-33.75
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB